10-14 ก.ย.นี้ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จัดงาน “มหกรรมสินค้าเกษตรคุณภาพ อ.ต.ก. จังหวัดราชบุรี” บริเวณลานกิจกรรมตลาดคุณหญิงน้อย อ.เมืองราชบุรี…เป็นข่าวเล็กๆ ดูไม่มีสาระน่าติดตาม

แต่เมื่อเจาะลึกในรายละเอียด ทำเอาอึ้ง เพราะนี่คือรากฐานสำคัญของปัญหาภาคเกษตรไทย สินค้าล้นตลาด ขายไม่ได้ราคา เกษตรกรถูกกดราคา…งานจัดขายสินค้าเล็กๆ นี่แหละ แสงไฟที่ปลายอุโมงค์

นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ ผู้อำนวยการ อ.ต.ก.อธิบายว่า ภารกิจสำคัญของ อ.ต.ก.มีอยู่ 2 ประการ 1. แก้ปัญหาต้นน้ำ ลดต้นทุนให้เกษตรกร จัดหาปัจจัยการผลิตมาจำหน่ายให้เกษตรกรในราคาถูก 2. แก้ปัญหาปลายน้ำ หาตลาดให้เกษตรกรนำสินค้าที่ผลิตได้มาวางจำหน่ายตลาด อ.ต.ก.ใครๆก็รู้จัก…แต่ที่ไม่ค่อยรู้ ทั้งประเทศ อ.ต.ก.มีตลาดแค่หนึ่งเดียว

“ก่อตั้งมา 40 ปี เราสร้างตลาดได้แค่ 1 แห่ง เพราะทุกอย่างต้องช่วยตัวเองหมด จากตอนเริ่มก่อตั้ง รัฐบาลสัญญาจะให้เงินมาตั้งตัว 1,000 ล้านบาท เอาเข้าจริงให้เรามาแค่ 50 ล้าน แต่นั้นมาเราต้องพึ่งตัวเองมาตลอด รัฐบาลไม่เคยช่วยอะไรเลย ตอนนี้รายได้หลักของเรามาจาก 3 แหล่ง มาจากค่าเช่าแผงในตลาด 30% จากขายปัจจัยการผลิตให้เกษตรกร 20% ส่วนอีก 50% มาจากรับจ้างทำงานให้รัฐบาลตามนโยบายแทรกแซงราคาสินค้าเกษตร อย่างรับจำนำ ต่อไปไม่มีจำนำ อ.ต.ก.ก็ต้องหารายได้อย่างอื่นมาทดแทนเพื่อเลี้ยงตัวเองให้รอด”

ผู้อำนวยการ อ.ต.ก. ขยายความให้เห็น ภาพชัด ทำไมภารกิจที่ 2 ถึงทำได้แค่เนี่ย…กระนั้นก็ตามการหาวิธีสร้างตลาดช่วยเกษตรกร ใช่ว่าจะหมดหนทางในเมื่อจนก็ต้องเจียม สร้างตลาดแบบพอเพียง…เช่าพื้นที่ทำตลาดชั่วคราวขึ้นมาแทน

“การตลาดเป็นปัญหาใหญ่สุดของภาคเกษตร ในเมื่อเราไม่มีปัญญาสร้างตลาดเพิ่มได้ ต้องใช้วิธีเช่าที่จัดงานมหกรรมชั่วคราว จัดจังหวัดโน้นจังหวัดนี้ไปเรื่อย เพื่อให้เกษตรกรนำผลผลิตมาวางจำหน่าย หลายคนอาจจะมองเป็นเรื่องไร้สาระ แต่รู้ไหมว่านี่คือโรงเรียนสอนให้เกษตรกรรู้เรื่องการตลาดจากประสบการณ์จริง”

เพราะการได้มาขายด้วยตัวเอง สิ่งที่เกษตรกรจะได้ไป…ยกตัวอย่างง่ายๆ ขายผักคะน้า แค่เกษตรกรได้เห็นคะน้า 3 ต้นใส่ถุงขายได้ราคา 25 บาท ในขณะที่คะน้าขายเป็น กก. กก.ละ 15 บาท…ขายราคาถูกกว่าผู้ซื้อได้ปริมาณมากกว่า แต่ทำไมถึงขายไม่ออก

การตลาดจากฉากชีวิตจริงนี่แหละ จะจุดประกายให้เกษตรกรรู้จักคิด และกล้าทำการตลาดด้วยตัวเอง

ที่สำคัญการจัดมหกรรมสินค้าคัดของดีของเด่นมาเปิดตัวในตลาด ยังเป็นการเปิดโอกาสให้เกษตรกรพบผู้ซื้อรายใหม่ได้โดยตรง ไม่ต้องขายผ่านพ่อค้าคนกลางมาคอยชักประโยชน์ส่วนต่าง…เกษตรกรสามารถขายสินค้าได้ราคามากขึ้น และขยายตลาดได้กว้างขึ้น

เหมือนอย่างที่เกิดมาแล้วในหลายจังหวัด เช่น พิษณุโลก เกษตรกรผู้ปลูกเมล่อนมีผู้ซื้อมาติดต่อนำไปขายต่างประเทศ พัทลุง ได้ขายอาหารทะเล ข้าวสังข์หยดส่งไปเชียงใหม่ และ เชียงใหม่ ส่งลำไย แคบหมู หมูยอ มาขายที่พัทลุง

นี่แหละ มหกรรมสินค้าเกษตร งานขายสินค้าเกษตรเพื่อการตลาดที่ไม่ธรรมดา.

ที่มา ไทยรัฐ


ผู้อ่านท่านใดอยู่ราชบุรี อย่าลืมแวะไปจับจ่ายซื้อสินค้าเกษตรกันนะครับ