การศึกษาที่มีประสิทธิภาพที่สุด คือการสอนให้เรารู้จักเอาความรู้ไปประยุกต์ใช้แม้ว่าสิ่งที่เราต้องไปเจอ อาจไม่เคยได้เรียนมาแต่การรู้วิธีแก้ปัญหาก็เป็นทักษะหนึ่งที่เราได้มาจากการศึกษา เราตัดสินใจที่จะเริ่มต้นจากสิ่งที่คิดว่ายากที่สุดคือความท้าทายให้พวกเราฝ่าฟันอุปสรรคจนบรรลุเป้าหมาย ซึ่งแน่นอนว่าเราภูมิใจ และเกิดความมั่นใจที่พร้อมจะเผชิญกับอุปสรรคอื่นๆแล้ว

นี่คือคำกล่าวของกลุ่มนักศึกษาคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ได้ถ่ายทอดเรื่องราวเอาไว้ จากผลการดำเนินงานร่วมกับชาวชุมชน ภายใต้ชื่อกลุ่มการศึกษากิจการฟาร์มโคนมกัลยาฟาร์ม

ฟาร์มโคนมกัลยาฟาร์ม ตั้งอยู่ บ.นาขาม ต.พังทุย อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เป็นอีกหนึ่งสถานที่ภายใต้กรอบวิชาการเรียนรู้ ที่คณะวิทยาการจัดการ มุ่งหวังในการเสริมสร้างประสบการณ์ให้กับนักศึกษาทุกชั้นปี ให้เพียบพร้อมไปด้วยความรู้ในด้านวิชาการและภาคปฎิบัติ ที่เน้นหนักในการลงมือจริงในพื้นที่เพื่อนำไปสู่การสร้างงานและบุคลากรที่ตรงกับความต้องการของตลาดหลังสำเร็จการศึกษา ซึ่งฟาร์มโคนมแห่งนี้ ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ทักษะด้านการเกษตรที่ครบวงจร ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการกับนักศึกษา ที่ได้ร่วมกันพัฒนาระบบบริหารจัดการภายใต้กรอบแนวคิดและเทคนิคทางวิชาการ ภายใต้เป้าหมายที่จะศึกษา 5 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย ระบบการจัดการฟาร์ม , ต้นทุนการผลิตน้ำนมดิบสูง , อาหารหยาบขาดแคลน ,ประสิทธิภาพของการผลิตน้ำนมลดลง และ การจัดการด้านสุขภาพโคนม นำมาวิเคราะห์เพื่อเสนอแนวทางในการแก้ปัญหาและบริหารจัดการระบบที่ดียิ่งขึ้น

น.ส.อัจฉรา สูงยาง นักศึกษาคณะวิทยาการจัดการ มข. กล่าวว่า การดำเนินงานร่วมกับผู้ประกอบการแห่งนี้ ทำให้เกิดแนวคิดใหม่จุดประกายให้กลายเป็นประสบการณ์ตรงที่หายาก ซึ่งแนวทางการดำเนินการร่วมกันนั้นเริ่มจากการตั้งเป้าหมายและทำงานกันอย่างตั้งใจเพื่อให้ได้ผลงานที่คิดว่าฟาร์มแห่งนี้จะได้รับประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตน้ำนมให้สูงขึ้น รวมทั้งการจัดระบบการจัดการฟาร์มให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งต้องค้นคว้าหาความรู้ด้านการเกษตรและการปศุสัตว์ที่มาจากบุคคลและแหล่งความรู้ รวมทั้งขอความรู้ทั้งจาก ปศุสัตว์จังหวัด ผู้เชี่ยวชาญโคนมคณะเกษตรศาสตร์ โรงผสมอาหารสัตว์ ศูนย์เกษตรกรโคนมในพื้นที่ เพราะการจัดการระบบปศุสัตว์ที่มีประสิทธิภาพเป็นความรู้ใหม่ และเมื่อได้แผนการดำเนินงานและแนวทางการจัดการมาแล้วนั้น กลุ่มนักศึกษาทั้ง 7 คน ก็ได้เริ่มต้นกับการทำงานตั้งแต่การปลูกหญ้า หมักหญ้ากันเอง และดูแลโคนมตัวอย่างที่ทางฟาร์มมอบให้เป็นการทดลอง ซึ่งยอมรับว่าเป็นงานหนักที่ทุกคนไม่เคยมีประสบการณ์ และด้วยเหตุผลสำคัญประการหนึ่งซึ่งเหมือนเป็นความต้องการ่วมกัน คือ ฟาร์มแห่งนี้ทำมานานด้วยภูมิปัญญาและรูปแบบเดิม ซึ่งเจ้าของกิจการกำลังให้ความสนใจในการพัฒนาเพื่อเพิ่มผลผลิตและยังอยู่ในกระบวนการของการเป็นฟาร์มตัวอย่างอีกด้วย

ช่วง 3 เดือนของการเข้าศึกษากระบวนการเพื่อนำมาสู่ข้อสรุปนั้น ยังเป็นเวลาที่ทุกคนได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับผู้อื่นซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ได้เห็นวิถีชีวิตของเกษตรกรรุ่นพ่อ-รุ่นแม่ที่มีฐานะแต่ไม่แสดงออกให้เห็นความฟุ่มเฟือย ใช้ชีวิตแบบพอเพียงใช้ภูมิปัญญาบวกกับความอดทนสั่งสมมา หลายอย่างในการปฏิบัติที่ได้พบเห็นและเรียนรู้ไม่มีในตำรา ทุกคนได้เรียนรู้ถึงการดำเนินการของฟาร์ม รวมถึงการจัดการเลี้ยงดูโคนมให้ผลิตน้ำนมที่ดีมีคุณภาพเพื่อส่งให้กับศูนย์รับน้ำนมดิบตำบลพังทุย ซึ่งก็พบว่า ต้นทุนด้านอาหารเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่น้ำนมลดลงในช่วงฤดูร้อน ซึ่งทุกคนก็ได้มองถึงปัญหาร่วมกันไปที่ระบบการจัดการ และ อาหารสัตว์ โดยหลังการศึกษาด้วยเครื่องมือแล้วกัลยาฟาร์มมีระบบการจัดการที่เป็นไปตามมาตรฐาน เช่นขนาดพื้นที่ อุปกรณ์ การดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง

ส่วนปัญหาด้านอาหารนั้นพบว่าไม่มีการจัดการด้านอาหารหยาบ เมื่อถึงช่วงฤดูอาหารหยาบขาดแคลน โคนมจะได้กินแต่ฟางข้าวที่มีค่าทางโภชนาการอาหารที่ต่ำ มีโปรตีนเพียง 3.8% การหาแนวทางแก้ไขโดยทำการถนอมอาหารไว้สำรองในช่วงฤดูที่อาหารหยาบขาดแคลน นอกจากจะมีอาหารทดแทนให้โคกินแล้ว โคยังได้รับอาหารหยาบที่มีคุณค่าทางโภชนะที่สูงขึ้นจากเดิม โดยใช้หญ้าเนเปียร์ในหารทำหญ้าหมัก และหญ้ารูซี่ทำหญ้าแห้ง มีค่าโปรตีน 16% และ 8.6% ตามลำดับกัลยาฟาร์มมีพื้นที่สำหรับเพาะปลูกหญ้าเนเปียร์ในอนาคตกว่า 4 ไร่ โดยทางกลุ่มได้คำนวณประมาณการต้นทุนการปลูกหญ้าทั้งหมด 4 ไร่ จากการดำเนินการแก้ไขพบว่า ด้านการจัดการฟาร์มมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น การทำงานเป็นระบบอย่างชัดเจน โคได้กินอาหารหยาบที่มีโปรตีนสูงในอัตราส่วนที่เหมาะสมทำให้การผลิตน้ำนมดิบมีคุณภาพ โคมีสุขภาพที่ดีขึ้น

ขณะที่ น.ส.กัญญาภัทร ตรีไชยกุล ในฐานะนักศึกษา กล่าวว่า จากผลการศึกษาของกลุ่มนำมาซึ่งแนวทางปฏิบัติของฟาร์มที่นำมาสู่การลดต้นทุนด้วยการให้แนวทางของสูตรอาหารโคนมที่มีความเหมาะสม การถนอมอาหารสัตว์ที่มีคุณค่าอาหารสูงแทนการให้อาหารแบบเดิม และการจัดการขั้นตอนการดูแลโรงเรือนระบบฟาร์มต่าง จนสามารถแสดงผลต่างของค่าใช้จ่ายที่ลดลงในขณะที่โคนมตัวอย่างสามารถให้ปริมาณน้ำนมได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม กิจการฟาร์มโคนมกัลยาฟาร์มวันนี้ได้กลาย เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรให้แก่นักศึกษาและผู้ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์